ย่ำ

posted on 30 Mar 2015 13:57 by cutsection
เริ่มรู้สึกว่า ตัวเองย่ำอยู่กับที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีความคืบหน้า
 
บางคนมีความก้าวหน้าในชีิวิตคู่
 
บางคนมีความก้าวหน้าในการเพิ่มจำนวนครอบครัว
 
บางคนมีความก้าวหน้าในตำแหน่งงานที่เปลี่ยนแปลงไป
 
บางคนมีความก้าวหน้าในงานที่ทำปัจจะบัน
 
บางคนมีความก้าวหน้าในแผนที่วางไว้
 
แต่เปล่าเลย สำหรับผม.....เหมือนยังยืนที่เก่า ไม่ได้เดินหน้า หรือถอยหลัง
 
ไม่มีเพิ่มขึ้น หรือลดลง ( มีนี่นา อายุเพิ่มขึ้น และผมบนหัวที่ลดน้อยลง Tongue out )
 
คนอื่นอาจจะมามองว่าผมมีความก้าวหน้า มีความมั่นคงในตำแหน่งการงานที่เปลี่ยน
 
แต่เปล่าเลย  ผมกับรู้สึกว่าไม่ต่างจากตำแหน่งเดิมเลย เพียงเติมความอาวุธโส หน้าชื่อตำแหน่ง

เพราะผมยังทำงานเหมือนเดิม แบบเดิม ที่เดิมๆ บรรยากาศเดิมๆ
 
พอเรารู้สึกแบบนั้น เราก็กลวง  เกิดรูกลวงๆ กลางตัวเรา เหมือนเราไม่มีค่า ไม่ประสบความเร็จเท่าคนอื่น
 
ผมคงต้องพยายามพักผ่อน เที่ยวบ้าง  และหาเป้าหมาย ใหม่ๆ

ยังเล่นได้อยู่ป่าว

posted on 05 Mar 2014 20:51 by cutsection
ช่วงหนึ่งมัน ก๊องๆไป กลับมาปกติยังหว่า EXTEEN

นาน น้าน น่าน Part 2

posted on 19 Jul 2013 12:54 by cutsection directory Lifestyle, Travel, Diary
Part 1 --->  http://cutsection.exteen.com/20130528/entry

เอาละครับ มาต่อกัน 
 
( บ่องตง แรกๆก็กะว่าจะเนียนๆ ไม่อัพละ ไม่เห็นมีใครดูเลย Frown )
 
แต่ชั่งเถอะเอาความน้อยใจของผมโยนทิ้งไป เพราะมานั่งคิดดูอีกหน
 
ผมอยากบันทึกความรู้สึกที่ได้สัมผัส ก่อนที่มาจะจางหายไป เพื่อที่ตัวผมเอง
 
จะได้กลับมานั่งอ่านอีกครั้ง (ใครไม่สนก็ชั่งละ ตูจะอัพ Cry )

ว่าแต่ถึงไหนละเนี่ย อ๋อๆๆ ใช่...........กาลครั้งหนึ่งมีอยู่ว่า.....

เฮ้ย.!!! ไม่ใช่ละ

สรุปจะมาบันทึกความทรงจำ หรือจะเล่นตลกคาเฟ่ละเนี่ย

หลังจากที่ผมพุ่งออกจากตัวเมืองไปบนทางหลวงหมายเลขที่ 1169

 

ผมตะบึงบิดไปด้วยความรวดเร็ว บนท้องถนนที่ว่างเปล่า

มีเพียงสายลมกับธรรมชาิติเป็นเพื่อน



ทันใดนั้นเอง ผมรู้สึกได้ว่ามีคนกวดตามมาอย่างกะชันชิด

ผมชะลอความเร็วลง และหลบไปยังริมทาง เพื่อรอโอกาสให้คนที่กวดตามมาไล่ทัน

ทันใดนั้นเอง

แว่บบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

เขาแซงมาไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผมเจ็บปวดคนเดียว เขาได้ทิ้งบาดแผลในใจของ
หนุ่มน้อยอย่างผม ภาพที่ผมเห็นมันบาดลึกลงไป

ภาพที่ผมเห็นคือ ชายหญิงคู่หนึ่งขับมอไซค์ซ้อนและกอดเอวกันอย่างแนบชิด
(แล้วผมจะบรรยายให้โอเว่อร์เพื่อ ?Surprised)

นอกจากบาดแผลที่ทิ้งไว้แล้ว ในร่างกายผมได้เกิดปฎิกิริยาบางอย่างขึ้น
โดยที่ตัวผมเองไม่รู้สาเหตุ อาการที่เกิดขึ้นกับผม มันส่งผลให้ผมเกิด

อาการมือเกร็ง  เท้าเกร็ง และรู้สึกถึงความร้อนผ่าวๆ ในนัยต์ตาคู่นี้ YellYell

ผมก็เริ่มเดินทางตามติดเขาต่อเพื่อถามหาอาการที่คนคู่นั้นได้ทิ้งไว้ให้กับผม
(จะตามเพื่อ ???  ป่าวหรอก อันที่จริง ทางมันมีเส้นเดียว)

ผมเสียใจ ผมทำไม่ได้ ผมตามเขาไม่ทัน เพราะผมอาจจะทนพิษบาดแผลที่เกิดขึ้นไม่ไหว
(พอๆ ผมพาออกทะเล แทนขึ้นเขาละ

หลังจากผ่านไป หนึ่ง ชั่วโมงกว่าๆ ผมก็เกิดอาการ.................ปวดฉี่

(ก่อนอื่นต้องขอบรรยายนิดนุง นะ ก่อนมานี้ผมคิดว่าน่าน น่าจะร่มรื่น หรือต้นไม้เยอะ

แต่ป่าวเลย 2 ข้างทาง โล่ง เตียน มาก อาจจะเกิดจากการรุกล้ำการทำการเกษตร

ต้นไม้จึงหมดไป เหลือแต่เขาหัวเกือบโกรน เพราะ มีพืชผักการเกษตรแทนที่)

อย่างที่บรรยายไปข้างต้น ตามสภาพแวดล้อม ไปดูของจริงกัน

 



เอาว่ะ ไหนๆก็ไหนๆละ ผมก็หลบเท่าที่หลบได้ละ 

หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ กินน้ำ ลูกอม แล้ว ผมก็หาร่มไม้นั่งพัก

ผ่านไป 10 นาที่

ผ่านไป 15 นาที่

ผ่านไป 20 นาที

ความเหงาก็วิ่งมาจับจิต จับใจ มันเงียบ เงียบสุดใจเลย

ไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงคน ไม่มีเสียงใคร ยกเว้นเสียงผมคนเดียว(เอ๊ะ สรุปนี้ผมเริ่มคุยคนเดียวละ)

มีแค่เสียงหวิดหวิวของสายลม และไอร้อนของแสงแดด

ณ จุดนั้นขอบอกเลย เหงาจริงๆ ขนาดแบบว่า เริ่มฟุ้งซ่าน ว่าตัวเองฝันไปป่าว

(ผ่านมาประมาณ 30 - 40 กิโล)

(ต่อจากบรรทัดนี้เป็นคำบ่น รำพึง กับตัวเอง ใครใคร่อ่านอ่าน ใครจะข้ามก็ไม่ว่า)

รอข้ามไปบรรทัดที่เริ่มไฮไลท์เลยละกันก็ได้

ขอให้ลืมตาแล้วนอนอยู่ห้อง แอบเหนื่อยจากไอร้อน และยังเมื่อยจากการขับ

แต่ที่ไหน ผมก็ยังยืนอยู่ที่เดิม ผมอยากกลับละ ในใจเิริ่มท้อเพราะขอบอกเลยว่า

ก่อนมาผมคิดว่า ระยะทาง 30 - 40 กิโล ผมไม่ควรใช้เวลาเกิน 1 ชั่วโมง

ตามหลักคำนวนความเร็ว ถ้าขับด้วยความเร็วคงที่ 40 กม/ชั่วโมง

เราจะไปได้ 40 กม ใน 1 ชั่วโมง

แต่ผมกลับทำเวลาไป 2 ชั่วโมงทั้งๆที่รู้สึกว่าขับค่อนข้างเร็วมากแล้ว 

ในใจผมเริ่มท้อ เพราะยังเหลืออีก ประมาณ 60 กิโล ถึง บ่อเกลือ

 

ผมกลับมานั่งทบทวน คุยกับความรู้สึก ความคิดของตัวเอง

ปลอบประโลมจิตใจตัวเอง ลดความคาดหวัง ลดความมุ่งมั่น ให้ความใจเย็นมากขึ้น

ผมเลยคิดในใจ ว่าผมคงคาดหวัง กะเวลาไว้เป๊ะ จนไม่สนใจรอบข้าง

มุ่งทะยานไปยังจุดหมาย มาเกินไป


อาจจะเพราะการใช้ชีิวิตทุกวันนี้ของเรา ที่หลอมรวมความเร่งรีบ

บวกด้วยความคาดหวัง เติมด้วยความต้องการ


หลังจากนั้น ผมเริ่มขับช้าลง ในใจค่อยบอกว่า ช้าๆ เรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึง

มาเที่ยว ไม่จำเป็นต้องเที่ยวเฉพาะปลายทาง แต่ทุกๆระยะทางคือการเที่ยว


ความสำคัญของการเที่ยว อาจจะไม่อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ที่ระยะทางที่เราไปก็เป็นได้

ใครที่อ่านข้าม มาเริ่มอ่านบรรทัดนี้ละกัน 



ภาพ 2 ข้างทาง





ถึงมันจะดูโก้นไป แต่ก็ยังมีความเขียวขจีอยู่ข้างหน้า




ก่อนที่ผมจะผ่านเกือบผ่านเขาลูกสุดท้ายก่อนถึงบ่อเกลือ

ผมเจอคนขับจักรยานคนหนึ่ง เขาขับสวนทางกับผม ตัวเขาชุ่มไปด้วยเหนื่อย

ผิวเขาก็เป็นสีดำแดง จากการตากแดด มานาน แต่ที่สะดุดตาคือ น่องเขาโตมาก

และที่ผมอึ้งนิด เพราะก่อนจะมาเจอเขานี้ เส้นที่ผมขับมาช่วงก่อนหน้านี้สำหรับผมเป็นทางลงเขา

เพราะจากภาำำำำำพข้างบน ถนนมันตัดไปตามสันเขา

ซึ่งหากผมเป็นทางลงเขา สำหรับเขาที่เป็นคนสวน มันเป็นทางขึ้นเขา

ผมกว่าจะมาถึงนี้ ใช้เวลาตั้งแต่ 9.30 - 12.30 น. (ใช้มอไซค์)
เขาต้องปั่นไปพร้อมของที่เขาบรรทุก


อีกตั้งไกล เสียดายผมไม่กล้าถ่ายรูปเขามา


มาต่อกันตอนหน้าละกัน รอบนี้พิมซะเยอะเชียว

edit @ 19 Jul 2013 13:58:45 by แสนไกร

edit @ 20 Jul 2013 10:12:06 by แสนไกร

แสนไกร View my profile